บทความ: บทบาทสมมติ บทบาทที่ไม่ควรมองข้าม : กรณีศึกษาการเรียนการสอน

สรุปบทความเกี่ยวกับการนิเทศการสอนสังคมศึกษา

 

บทความ: บทบาทสมมติ  บทบาทที่ไม่ควรมองข้าม : กรณีศึกษาการเรียนการสอน

         กลุ่มวิชาสังคมศึกษา

ROLE PLAY THE ROLE THAT SHOULD NOT BE OVERLOOKED; A CASE STUDEY IN SOCIAL STUDIES

          การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน ได้ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รู้และเข้าใจได้ด้วยตนเอง โดยเน้นกิจกรรมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การสอนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติ เป็นอีกวิธีสอนหนึ่งที่จะให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียน ให้ผู้เรียนได้แสดงออก ทั้งทางด้านความคิดและท่าทางการแสดง ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ได้เกิดความสนุกสนานและเพลิดเพลิน

          วิธีสอนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing)   คือ  กระบวนการที่ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด  โดยการให้ผู้เรียนสวมบทบาทในสถานการณ์ซึ่งมีความใกล้เคียงกับความเป็นจริง และแสดงออกตามความรู้สึกนึกคิดของตน  และนำเอาการแสดงออกของผู้แสดง  ทั้งทางด้านความรู้  ความคิด  ความรู้สึกและพฤติกรรมที่สังเกตพบมาเป็นข้อมูลในการอภิปราย  เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์     วิธีสอนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติ  เป็นวิธีที่มุ่งช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การเอาเขามาใส่ใจเรา  เกิดความเข้าใจในความรู้สึกและพฤติกรรมทั้งของตนเองและผู้อื่นหรือเกิดความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับบทบาทสมมติที่ตนแสดง  องค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ของวิธีสอน   คือต้องมีผู้สอนและผู้เรียน       มีสถานการณ์สมมติและบทบาทสมมติ        มีการแสดงบทบาทสมมติ       มีการอภิปรายเกี่ยวกับความรู้  ความคิด  ความรู้สึก  และพฤติกรรมที่แสดงออก      ของผู้แสดง และสรุปการเรียนรู้ที่ได้รับ    มีผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ขั้นตอนสำคัญ ที่ขาดไม่ได้ของการสอน        คือผู้สอนและผู้เรียน นำเสนอสถานการณ์สมมติและบทบาทสมมติ       ผู้สอน   ผู้เรียนเลือกผู้แสดงบทบาท      ผู้สอนเตรียมผู้สังเกตการณ์         ผู้สอนและผู้เรียน อภิปรายเกี่ยวกับความรู้  ความคิด  ความรู้สึก  และพฤติกรรมที่    แสดงออกของผู้แสดง             ผู้สอนและผู้เรียนสรุปการเรียนรู้ที่ได้รับ             ผู้สอนประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน  เทคนิคและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ในการใช้วิธีสอนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติให้มีประสิทธิภาพ             การเตรียมการ  ผู้สอนกำหนดวัตถุประสงค์เฉพาะใช้ชัดเจน  และสร้างสถานการณ์และบทบาทสมมติที่กำหนดขึ้นควรมีความใกล้เคียงกับความเป็นจริง  ส่วนจะมีรายงะเอียดมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์  ผู้สอนอาจใช้บทบาทสมมติแบบละคร  ซึ่งจะกำหนดเรื่องราวให้แสดงแต่ไม่มีบทให้  ผู้สอนอาจใช้บทบาทสมมติแบบละคร  ซึ่งจะกำหนดเรื่องราวให้แสดงแต่ไม่มีบทให้  ผู้สวมบทบาทจะต้องคิดแสดงเอง  หรืออาจใช้บทบาทสมมติแบบแก้ปัญหา  ซึ่งจะกำหนดสถานการณ์ที่มีปัญหาหรือความขัดแย้งให้และอาจให้ข้อมูลเพิ่มเติมมากบ้างน้อยบ้างซึ่งผู้สวมบทบาทจะใช้ข้อมูลเหล่านั้นในการแสดงออกและแก้ปัญหาตามความคิดของตน             การเริ่มบทเรียน  ผู้สอนสามารถกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนได้หลายวิธีเช่น  โยงประสบการณ์ใกล้ตัวผู้เรียน  หรือประสบการณ์ที่ผู้เรียนได้รับจากการเรียนครั้งก่อน ๆ เข้าสู่เรื่องที่จะศึกษา  หรืออาจใช้วิธีเล่าเรื่องหรือสถานการณ์สมมติที่เตรียมมาแล้วทิ้งท้ายด้วยปัญหา  เป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากคิด  อยากติดตาม  หรืออาจใช้วิธีชี้แจงให้ผู้เรียนเห็นประโยชน์จากการเข้าร่วมแสดง และช่วยกันคิดแก้ปัญหา             การเลือกผู้แสดง  ควรเลือกให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการแสดง  เช่น  เลือกผู้แสดงที่มีลักษณะเหมาะสมกับบทบาท  เพื่อช่วยให้การแสดงเป็นไปอย่างราบรื่นตามวัตถุประสงค์ได้อย่างรวดเร็วหรือเลือกผู้แสดงที่มีลักษณะตรงกันข้ามกับบทบาทที่กำหนดให้เพื่อช่วยให้ผู้เรียนคนนั้นได้รับประสบการณ์ใหม่  ได้ทดลองแสดงพฤติกรรมใหม่ ๆ และเกิดความเข้าใจในความรู้สึกและพฤติกรรมของผู้ที่มีลักษณะต่างไปจากตน  หรืออาจให้ผู้เรียนอาสาสมัคร   หรือเจาะจงเลือกคนใดคนหนึ่ง  ด้วยวัตถุประสงค์ที่ต้องการช่วยให้บุคคลนั้นเกิดการเรียนรู้  เมื่อได้ผู้แสดงแล้ว  ควรให้เวลาผู้แสดงเตรียมการแสดง  โดยอาจให้ฝึกซ้อมบ้างตามความจำเป็น             การเตรียมผู้สังเกตการณ์  หรือผู้ชม  ผู้สอนควรเตรียมผู้ชม  และทำความเข้าใจกับผู้ชมว่า  การแสดงบทบาทสมมตินี้  จัดขึ้นมิใช่มุ่งที่ความสนุก  แต่มุ่งที่จะให้เกิดการเรียนรู้เป็นสำคัญ  ดังนั้นจึงควรชมด้วยความสังเกต  ผู้สอนควรให้คำแนะนำว่าควรสังเกตอะไร  และควรบันทึกข้อมูลอย่างไร    และผู้สอนอาจจัดทำแบบสังเกตการณ์ให้ผู้ชมใช้ในการสังเกต ด้วยก็ได้  

ข้อดีและข้อจำกัดของวิธีสอนโดยใช้บทบาทสมมติ สรุปได้ดังนี้           

 ข้อดี

1. เป็นวิธีสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจความรู้สึกและพฤติกรรมของผู้อื่น   ได้เรียนรู้การเอาใจเขามาใส่ใจเรา  เกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง

 2. เป็นวิธีการสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจ  และเกิดการเปลี่ยนแปลงเจตคติและพฤติกรรมของตน

3. เป็นวิธีสอนที่ช่วยพัฒนาทักษะในการเผชิญสถานการณ์ ตัดสินใจ  และแก้ปัญหา

4. เป็นวิธีสอนที่ช่วยให้การเรียนการสอนมีความใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริง

5. เป็นวิธีสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนมาก  ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน และการเรียนรู้มีความหายสำหรับผู้เรียน เพราะข้อมูลมาจากผู้เรียนโดยตรง

ข้อจำกัด

1. เป็นวิธีสอนที่ใช้เวลามากพอสมควร

2. เป็นวิธีสอนที่อาศัยการเตรียมการและการจัดการอย่างรัดกุม หากจัดการไม่ดีพอ  อาจเกิดความยุ่งยากสับสนขึ้นได้

3. เป็นวิธีสอนที่ต้องอาศัยความไวในการรับรู้ (sensitivity) ของผู้สอนหากผู้สอนขาดคุณสมบัตินี้ไม่รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนบางคน  และไม่ได้แก้ปัญหาแต่ต้นอาจเกิดเป็นปัญหาต่อเนื่องไปได้

4.เป็นการสอนที่ต้องอาศัยความสามารถของครูในการแก้ปัญหาเนื่องจากการแสดงของผู้เรียนอาจไม่เป็นไปตามความคาดหมายของผู้สอน  ผู้สอนจะต้องสามารถแก้ปัญหาหรือปรับสถานการณ์และประเด็นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้

 

          จากบทความดังกล่าวผู้เขียนบทความมีทัศนะคติที่ดีกับการสอนแบบบทบาทสมมติ และเสนอแนะให้ครูผู้สอนสังคมนำไปประยุกต์ใช้กับสาระอื่นในกลุ่มสาระสังคมได้ เช่น สาระศาสนา สาระหน้าที่พลเมือง   สาระประวัติศาสตร์   หรือบูรณาการรวมกับกลุ่มสาระอื่น ๆ ได้อย่างเหมาะสมในยุคการปฎิรูปการศึกษาที่ครูและนักเรียนตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับแวดวงการศึกษากำลังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีในการจัดการศึกษาและเรียนรู้

เกี่ยวกับ krueknarin

I am socialstudies teacher of mtpk scchool
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s